referee's eye
หลังได้อ่านเรื่องราวและชมวิดีโอในเกมส์ที่ขอนแก่นพบไทยฮอนด้าแล้วได้อ่านความเห็นต่าง ๆ ของสมาชิกผมก้ออดไม่ได้ที่จะเสนออีกมุมมอง
ตอนที่ไลน์แมนชาวบรูไนที่ยกล้ำหน้าทีมชาติไทยนัดที่พ่ายเวียดนาม1-2 เมื่อปลายปี หลายคนตะโกนด่าไลน์แมน
จังหวะนั้นหากมองให้ชัดจาก ภาพช้าจะเห็นว่าศูนย์หน้าทีมชาติไทยยังอยู่ในไลน์เมื่อบอลถูกส่งออกมาแล้วจึงออกตัวมานอกไลน์และชาร์จบอลเป็นประตู แต่ถูกปฎิเสธจากความผิดพลาดของไลน์แมนเป็นเสี้ยววินาทีก้ำกึ่งที่ไลน์แมนต้องตัดสินใจ
ครั้งที่ตอนที่โฆ่เซ่ เรน่า ยืนในเขตโทษโยนลูกบอลออกมานอกเขตแล้วก้าวขาเตะบอลออกมาจากภาพช้าจะเห็นว่า ไม่แฮนด์บอลตอนโดยตัวเขายังอยู่ในเขตแต่ไลน์แมนแจ้งว่าแฮนด์บอล ลูกนั้นโบลตันยิงฟรีคิกขึ้นนำลิเวอร์พลูก่อนชนะไปในที่สุดเป็นเสี้ยววินาทีก้ำกึ่งที่ไลน์แมนต้องตัดสินใจ
ยังมีจุดโทษของโฮเวิร์ด เว็บที่ส่งแมน ยู ถล่มสเปอร์ 5-2 นั่นก้อผิดพลาด ก้อเป็นเสี้ยววินาทีก้ำกึ่งที่ต้องตัดสินใจ
ผมเอง ก้อเป็นผู้ตัดสินฟุตบอลคนหนึ่งมีงานประจำเป็นนักวิจัย งานอดิเรกเป็นผู้ตัดสินเหตุที่มาเป็นผู้ตัดสินเพราะรักฟุตบอลหลังจากใช้ชีวิตวัยหนุ่มเล่นฟุตบอลมายี่สิบกว่าปีผ่านเกมส์ทางการมาร่วม ๆ สองร้อยนัดเคยได้แชมป์และตกรอบ เคยเจอกรรมการแย่ ๆ และเยี่ยม ๆแน่นอนผมเคยด่ากรรมการ เคยโดนใบเหลืองเพราะไม่ยอมรับคำตัดสินแต่โชคดีที่ไม่เคยโดน ใบแดงสักครั้งในชีวิตนักฟุตบอล
พออายุมากเข้าจนเลยหลักสามก้อพบว่า เริ่มจะสู้เด็กวิ่งรุ่นหลังไม่ได้แต่ใจก้อรักฟุตบอล ประกอปกับการเป็นลูกศิษย์อาจารย์พละท่านหนึ่งอาจารย์ท่านนี้เป็นหัวหน้าผู้ตัดสินฟุตบอลของจังหวัดด้วยผมจึงตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกับอาจารย์
ครั้งแรกที่เอ่ยปาก ท่านอาจารย์บอกว่าเชื่อว่าผมทำได้แต่ แน่ใจนะ ...ทำไมท่านถามว่าแน่ใจนะ ...
ดังนั้น ภารกิจแรกที่ผมได้รับคืออ่านหนังสือกติกาฟุตบอลผมอ่านอยู่สองเล่มคือฉบับภาษาไทยของสมาคมฟุตบอลแต่มันน้อยเกินไปแทบไม่ช่วยอะไรเลย (ทั้งที่มันเป็นฉบับสมาคม)ผมจึงต้องอ่านของ Fifa แทนอันเป็น text bookความรู้การตัดสินส่วนมาก จึงอยู่เว็บต่างประเทศผมยังอดคิดไม่ได้ว่า งั้นคนที่ภาษาอังกฤษไม่ดีล่ะเค้าจะหาความรู้ได้อย่างไรเมื่อแม้แต่เว็บสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยังล้าหลังและขาดการเป็นแหล่งความรู้ให้ผ้ตัดสิน
อย่าแปลกใจ ที่เราเพิ่งมีเว็บไซต์สมาคมผู้ตัดสินเมื่อปีที่แล้วทั้งที่เรามีอินเตอร์เน็ตมาเป็นสิบปีแล้ว มีสมาคมฟุตบอลมา 30 กว่าปี
ภารกิจต่อมาผมต้องติดตามอาจารย์กับทีมงานไปดูการทำงานตัดสิน ทุกสนามตั้งแต่บอลอนุบาล บอล อบต อบจ ไทยลีกส์
ตั่งแต่นั้นมาชีวิตผมก้อต้องเปลี่ยนมุมมองในการดูฟุตบอลบางเกมส์ผมขึ้นไปนั่งบนอัฒจรรย์ เพื่อดูแต่ไลน์วิ่งของไลน์แมนบางเกมส์ดูแต่ไลน์วิ่งกรรมการกลาง ดูสัญญาณมือ ดูสไตร์การตัดสินบางเกมส์ดูแต่จังหวะนกหวีด ช้า เร็ว การปล่อยจังหวะได้เปรียบบางครั้งต้องนั่งตัดสินในใจควบคู่ไปด้วย มีทั้งตรงกันและขัดแย้งกัน
ผมพบว่าการมองพฤติกรรมของคนยี่สิบสองคนในเวลา เก้าสิบนาทีไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่มีภาพช้าให้ มีแต่สารพัดคำด่าจากกองเชียร์ที่ไม่เคยยอมรับคำตัดสิน ผมได้ยินทั้ง i sud/ i her/ por merng หลายอย่างร่วมทั้งอวัยวะเพศ ที่กองเชียร์จะกดดันกรรมการได้
ผมเริ่มเข้าใจคำว่า แน่ใจนะ ของอาจารย์มากขึ้นแต่ก้อบอกตัวเองว่า ถ้าเราตัดสินดีและแม่นยำ ถูกต้องก้อน่าประสบความสำเร็จ ...
หลังจากนั้นผมก้อได้เข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีและขาดไม่ได้เลยภาคสนามงานแรกคือการเป็นไลน์แมนก่อน (กรรมการทุกคนเก่งแค่ใหนก้อเริ่มอาชีพจากไลน์แมนก่อน)สนามแรก ๆ ของผมคือฟุตบอลภายในของนักเรียนที่อาจารย์เรียกว่าสนามฝึกหัดสนามแรก ๆ ก้อพบเลยว่า แม้แต่เด็กตัวเล็กที่คิดว่าง่ายกับไม่ง่ายล้ำหน้าเห็นเด็กมันยังไม่ยอมเลย
ต่อมาก้อเริ่มขยับมาฟุตบอลอวุโสคนแก่ อาจารย์บอกว่าความเร็วต่ำจะช่วยให้ตัดสินง่ายสำหรับผู้ตัดสินใหม่
แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ต่างกันคือ คำด่าจากทุกสารทิศอย่างเช่น ...
-ไอ้sud ล้ำได้ไงวะ ลูกนี้ -ธงแม่งหนัก ลูกนี้มันไม่ยก เป็นปล่าววะ-เดี๋ยวบอลเลิก คุยกันหน่อยนะ ไลน์แมน
สารพัด แต่คาถาเดียวผมได้รับมาจากอาจารย์คือ ห้ามเถียง ห้ามทะเลาะกับกองเชียร์ เฉยไว้ ทำหน้าที่ไปให้ดีบอลจบแล้วก้อจบ ไม่ต้องกลัวอะไร อาจารย์และทีมงานดูแลอยู่
ไม่นานงานใหญ่ก้อเข้ามาถึง อาจารย์เรียกว่างานใหญ่เพราะเป็นฟุตบอล ชิงแชมป์ประจำจังหวัดที่มีทุกปีอาจารย์บอกผมว่า ต้องเร็วและสุดเส้นเสมอเกมส์จะเร็วมาก อย่าเสียสมาธิ
ก่อนเกมส์รุ่นพี่คนหนึ่งในทีม ถามอาจารย์ว่าส่งน้องลงเลยหรืออาจารย์บอกว่า จำเป้นต้องรีบดันเด็กเพราะกรรมการเราเหลือน้อยแล้ว
27 พฤษภาคม, 2552
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
